|
คำสรรพนาม
คำสรรพนาม
คือ
คำที่ใช้เเทนนามในการพูด
การเขียน
ที่กล่าวเเล้ว
เพื่อมิให้
เป็นการกล่าวซ้ำ
เเละยังได้เนื้อความที่สละสลวย
ดังตัวอย่างจากข้อความต่อไปนี้
|
ผู้อำนวยการพบประชุม
ผู้อำนวยการถามนายประชุมว่า "นายประชุมไปอยู่เสียที่ไหน
ไม่มาพบผู้อำนวยการ
จะให้ไปตัดกิ่งไม้หน้าอาคารเรียน"
ข้อความข้าต้นนี้มีคำซ้ำชื่ออยู่ฟังไม่ไพเราะลื่นหู
ถ้าใช้
คำสรรพนามเเทนบ้าง
จะทำให้ไพเราะได้ความสละสลวย
เเละ
เนื้อความสั้นกะทัดรัดว่า
ผู้อำนายการพบนายประชุม
ท่านถามนายประชุมว่า
"นายประชุมไปอยู่เสียที่ไหน
ไม่มาพบฉัน
จะให้ไปตัดกิ่งไม้่หน้าอาคารเรียน
"
|
คำสรรพเเบ่งตามความหมายเเละลักษณะการใช้ได้
๖ ชนิด
ดังนี้
๒.๑ บุรุษสรรพนาม
คือ
สรรพนามที่ใช้เเทนนามในการสนทนา
คือ
เเทนผู้พูด
ผู้ฟัง เเละ
ผู้ที่กล่าวถึง
มีชื่อเรียกดังนี้
|
ก. บุรุษที่
๑ คือ
บุรุษสรรพนามที่ใช้เเทนคำผู้พูด
เช่น ผม
กระผม ฉัน
ดิฉัน
ข้าพเจ้า
ข้า
เกล้ากระผม
เป็นต้น |
| ข. บุรุษที่
๒ คือ
บุรุษสรรพนามที่ใช้เเทนผู้ฟัง
เช่น เธอ
คุณ ท่าน
เจ้า
ฝ่าบาท
ใต้ละอองธุลีพระบาท
เป็นต้น |
| ค. บุรุษที่
๓ คือ
บุรุษสรรพนามที่ใช้เเทนผู้ที่กล่าวถึง
เช่น เขา
มัน ท่าน
พระองค์ |
| การใช้บุรุษสรรพนามบางกรณีอาจใช้บุรุษใดได้ตามความ
เหมาะสม
ไม่จำกัดว่าต้องใช้บุรุษใดบุรุษหนึ่งโดยเฉพาะ
เช่น เขา
เป็นสรรพนามบุรุษที่
๓
สามารถใช้เป็น
สรรพนามบุรุษที่
๑
ในกรณีที่คู่สนทนาเป็นเพื่อนสนิทกัน
เช่น
นงนุชพูดกับวนิดาเพื่อนสนิทว่า
เขาอยากให้ตัวไปด้วยกันนะ
เป็นต้น |
๒.๒ นิยมสรรพนาม
คือ สรรพนามชี้เฉพาะให้รู้กำหนดเเน่นอน
ใกล้ ไกล
ได้เเก่คำว่า
นี่ โน่น
นั้น
สิ่งนี้
สิ่งนั้น
ผู้นี้
ผู้นั้น
เช่น
|
นั่นของใคร โน่นคือใคร นี่เรียกว่าครุฑ ท่านไปที่นั่นตั้งเเต่เช้า นักเรียนเดินทางนี้ใกล้กว่า |
๒.๓
อนิยมสรรพนาม
คือ
สรรพนามไม่ชี้เฉพาะไม่ถามโดยตรง
ได้เเก่คำว่า
ใคร ใด ไร
กระไร ไหน
ผู้ใด
สิ่งใด
อันไหน อะไร
สิ่งไหน
เช่น
|
ใครจะดูคอนเสิร์ตก็ได้ ใครจะเลือกอะไรสุดเเต่ความพอใจ ใดๆ
ในโลกล้วนอนิจจัง ประเทศไหนๆ
ก็สู่ประเทศไทยไม่ได้ |
๒.๔
ปฤจฉาสรรพนาม
คือ
สรรพนามที่เป็นคำถาม
ได้เเก่คำว่า
ไร ใคร ใด
อะไร ไหน
ผู้ใด
สิ่งใด
สิ่งไหน
สิ่งไร
อันไหน เช่น
|
ใครทำกระจกห้องพักครูเเตก สิ่งไหนที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด ข้อใดถูกที่สุด จบเเล้วเธอจะไปเรียนต่อที่ไหน คนกำลังมุงดูอะไร |
๒.๕ วิภาคสรรพนาม
คือ
สรรพนามที่เเยกนามออกเป็นส่วนๆ
ได้เเก่คำว่า
ต่าง บ้าง
กัน เช่น
|
พ่อกับเเม่ต่างช่วยกันทำงาน
(ต่าง เเทน
พ่อกันเเม่) คนที่เห็นเเก่ตัว
ต่างพากันไม่เอาธุระ
(ต่าง เเทน
คนที่เห็นเเก่ตัว) นักเรียนบ้างก็เล่น
บ้างก็อ่านหนังสือ
(บ้าง เเทน
นักเรียน) พวกเราทั้งห้าคนช่วยเหลือกันอย่างดี
(กัน เเทน
พวกเราทั้งห้าคน) |
๒.๖
ประพันธสรรพนาม
คือสรรพนามที่ใช้เเทนนามที่ติดต่อกัน
หรือนามที่อยู่ข้างหน้า
เพื่อเชื่อมประโยคให้สละสลวย
ได้เเก่คำว่า
ที่ ซึ่ง อัน
|
ฉันชอบคบคนขยัน
ใช้ประพันธสรรพนาม
ที่
เเทนว่า ฉันชอบคนที่ขยัน นักเรียนเคารพครู
ครูสอนดีใช้ประพันธสรรพนาม
ซึ่ง
เเทนโดย ใช้คำว่า
ผู้
นำหน้าว่า นักเคารพครูผู้ซึ่งสอนดี หนุ่มสาวชมดอกไม้
ดอกไม้บานสะพรั่งใช้ประพันธสรรพนาม
อัน เเทน
ว่า
หนุ่มสาวชมดอกไม้อันบานสะพรั่ง
ที่ ซึ่ง
อัน
จะไม่ใช่ประพันธสรรพนาม
ถ้าไม่ใช่เเทนนาม
เเละเชื่อมประโยค
เช่น หนุ่มสาวไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้า นักศึกษาซึ่งเรียนดีมีมาก ตำรวจไม่พบอาวุธอันร้ายเเรง |
หน้าที่ของสรรพนาม
๑. อยู่หน้ากริยา
ทำหน้าที่ประธาน
เช่น
|
เราต้องขยันทำงาน ท่านไปต่างประเทศ |
๒. อยู่หลังสกรรมกริยา
ทำหน้าที่เป็นกรรม
เช่น
|
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับเธอเข้าห้องขัง ครูใช้เขาเก็บของ |
๓. อยู่หลังวิกตรรกกริยา
ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของกริยา
|
เพื่อนๆ
เป็นหวัดเหมือนเขา ทุกคนโตๆ
เท่าเขา |
๔. อยู่หลังนาม
ทำหน้าที่ขยายนามอย่างวิเศษณ์
|
มารุตเขาเป็นคนขยันมาก พระครูท่านมีเมตตาสูง |
๕.
อยู่หลังบุพบท
ทำหน้าที่ขยายคำหน้าร่วมกับบุพบท
|
หนังสือของเพื่อนฝากไว้กับเรา
กับเรา
ขยาย ฝาก พ่อกับเเม่ยอมเสียเวลาเพื่อเรา
เพื่อเรา
ขยาย เวลา บุญนำรักุนัขของเขามาก
ของเขา
ขยาย สุนัข |
๖. ขยายคำข้างหน้าโดยไม่ต้องมีบุพบทนำ
|
นักกีฬาไทยเรามีความสามารถสูง |
ละบุพบท |
ของ |
| เขาใช้ฝีมือเขาเอง |
ละบุพบท |
ของ |
|